วิสัยทัศน์

โรงพยาบาลชุมชนมาตรฐาน บริการแบบองค์รวม ร่วมสร้างสุขบุคคลากร

MOPH

M Mastery เป็นนายตัวเอง

MOPH

O Originality เร่งสร้างสิ่งใหม่

MOPH

P People Centered ใส่ใจประชาชน

MOPH

Humility ถ่อมตน อ่อนน้อม

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

นำเสนอ​ Best​ practice​ คปสอ.เสนางคนิคม​ ระดับจังหวัด​ ปี​ 2564

 นำเสนอ​ Best​ practice​ คปสอ.เสนางคนิคม​ ระดับจังหวัด​ ปี​ 2564





Share:

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2564

ประชุมเสนอร่างวิจัยประจำปี 2564

 










   เมื่อวันที่ 1 กุมพันธ์ 2564 คปสอ.เสนางคนิคมได้จัดการประชุมเสนอร่างงานวิจัยประจำปี 2564 โดยมีท่านอาจารย์ ดร.ประเสริฐ  ประสมรักษณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิทยาเขตจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นอาจารย์ผู้วิพากษ์ ซึ่งมีผลงานที่นำเสนอดังนี้  
   
  1. การประยุกต์ใช้สุนทรียสาธกในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้้าตาลในเลือดได้โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนภายใต้ New Normal บริการดูแลผู้ป่วยเบาหวานวิถีใหม่                           ( น.ส.กิ่งกมล พุทธบุญ ) 

  2.ผลของฉลากยาช่วยรูปภาพส้าหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาวาร์ฟาริน (ภญ.สายสุนี ผดุงไสย์)

  3.ผลการ BRIEF ADVICE (การให้ค้าแนะนาแบบสั้น) และ BRIEF INTERVENTION (การให้ค้าปรึกษาแบบสั้น) ต่อระดับน้้าตาลในเลือดขณะอดอาหาร (Blood Sugar: BS) และดัชนีมวลกายของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลเสนางคนิคม  (นางพรเพ็ญ แก้วยก)

  4.ประสิทธิผลการดูแลเท้าด้วยการแช่เท้าด้วยน้้าซาวข้าวร่วมกับการนวดเท้าต่ออาการชาเท้าในผู้ป่วยเบาหวานเพื่อป้องกันการเกิดแผลที่เท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลเสนางคนิคม จังหวัดอ้านาจเจริญ  (นางสาวเจนจิรา พันธ์เพ็ง)

 5.ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรู้ ทัศนคติ และทักษะการแปรงฟันของผู้ปกครองเด็กอายุ 0-3 ปี ในเขตต้าบลหนองไฮ อ้าเภอเสนางคนิคม จังหวัดอ้านาจเจริญ (น.ส.ภณัฐฎา สุวะมาตย์)

 6.ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคฟันน้้านมผุในเด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี ในคลินิกเด็กดี ต้าบลโพนทอง อ้าเภอเสนางคนิคม จังหวัดอ้านาจเจริญ (น.ส.นพวรรณ นพเคราะห์)




Share:

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

การศึกษาสภาพอากาศที่มีผลต่อการวัดอุณหภูมิร่างกาย

 

การศึกษาสภาพอากาศที่มีผลต่อการวัดอุณหภูมิร่างกาย   โดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด สำหรับผู้มารับบริการในโรงพยาบาลเสนางคนิคมในช่วงมีการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19)

 

ณัฏฐ์ทิตา  สุภิวงค์ และคณะ

โรงพยาบาลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม  จังหวัดอำนาจเจริญ

 

บทคัดย่อ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) โรงพยาบาลเสนางคนิคมให้กลุ่มงานแพทย์แผนไทยเป็นผู้คัดกรองผู้ป่วยที่มารับบริการในช่วงมีการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยการวัดอุณหภูมิร่างกาย ซักประวัติแยกผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและมีไข้ ได้พบปัญหาในเรื่องการวัดอุณหภูมิร่างกายที่ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดอุณหภูมิร่างกายผิดปกติเมื่อสภาพอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาสภาพอากาศที่มีผลต่อการวัดอุณหภูมิร่างกายโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรดสำหรับผู้มารับบริการในโรงพยาบาลเสนางคนิคม ช่วงมีการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนั้นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพอากาศอุณหภูมิภายนอกต่อการวัดอุณหภูมิร่างกายโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด (Infrared Thermometer)  สำหรับผู้มารับบริการในโรงพยาบาลเสนางคนิคม ช่วงมีการระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) ที่มารับบริการจุดคัดกรองระหว่างเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ถึง เดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ จำนวน 1,250 ครั้ง รูปแบบการดำเนินงานประกอบด้วย 1) คณะผู้วิจัยประชุมวางแผนการดำเนินงานวิจัย  แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ 2) จัดเตรียมหาเครื่องมือวิจัย ได้แก่ เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายแบบอินฟราเรด (Infrared Thermometer)  เครื่องวัดอุณหภูมิภายนอก ( Thermometer) แบบบันทึกข้อมูล 3) คัดกรองผู้ที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลเสนางคนิคม โดยการซักประวัติ  การล้างมือ วัดอุณหภูมิร่างกายโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด ระยะห่างจากหน้าผาก 3-5 เซนติเมตร 4) นำข้อมูลที่ได้จากการวัดอุณหภูมิมาแปลผลด้วยโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล SPSS เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบบันทึกโดยผู้วิจัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปคอมพิวเตอร์ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา  ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างเพศหญิงวัยกลางคน มีอายุ  50.43  ปี (SD = 7.13) ส่วนใหญ่มีสถานะภาพสมรส ร้อยละ 74 จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 76 ประกอบอาชีพทำไร่/ทำสวน ร้อยละ 56 โรคประจำตัวแทรกที่พบมากที่สุดมากกว่าหนึ่งโรค/โรคทั่วไป ร้อยละ 38 ผู้มารับบริการจุดคัดกรองที่อุณหภูมิร่างกายผิดปกติเมื่ออุณหภูมิภายนอก ระดับ 39 – 40 °C จำนวน 228 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 18.24 และอุณหภูมิภายนอก ระดับ 21–23 °C จำนวน 209 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 16.72 (SD = 27.46)

ผลการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ว่า อุณหภูมิภายนอกมีผลต่อการวัดอุณหภูมิร่างกายเมื่อใช้เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายแบบอินฟราเรด ผลการวิจัยสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางการคัดกรองอุณหภูมิผู้มารับบริการเพื่อให้การวัดอุณหภูมิร่างกายให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

คำสำคัญ : สภาพอากาศ, เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด, เชื้อไวรัสโคโรนา 2019

Share:

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ประชุมเชิงปฎิบัติการเสนอโครงร่างงานวิจัย 2563

           เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 คปสอ.เสนางคนิคมได้จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ โดยจัดให้เจ้าหน้าที่ที่สนใจได้นำเสนอโครงร่างการวิจัย ซึ่งได้รับเกียติ์จากท่านอาจารย์ ดร.ประเสริฐ ประสมรักษณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิทยาเขตจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นอาจารย์ผู้วิพากษ์ ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่อย่างมาก เพราะเป็นการเตรียมผลงานวิจัย เพื่อเข้าร่วมในมหกรรมงานวิชาการของ คปสอ.เสนางคนิคม ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2563 นี้ 

       สรุปรายชื่อผลงานที่นำเสนอโครงร่างดังนี้ 


รพสต.
1.การศึกษาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพโป่งหิน ตำบลโพนทอง อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ (รพสต.โป่งหิน)
2.ผลของการส่งเสริมสุขภาพช่องปากโดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านดอนหมู ตำบลหนองไฮ อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ (รพสต.หนองไฮ)
3.พฤติกรรมผู้ปกครองในการดูแลช่องปากสุขภาพช่องปากของเด็ก ศนด. ในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนทอง (รพสต.โพนทอง)
4.ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการขยะในชุมชนแบบมีส่วนร่วม บ้านโคกกลาง ตำบลนาเวียง อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ (รพสต.โคกกลาง)
5.ผลการพัฒนารูปแบบการให้บริการผู้ป่วยที่มารับบริการคลินิกโรคเรื้อรังแบบมีส่วนร่วม ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองสามสี อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ (รพสต.หนองสามสี)
6.ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ ที่มารับบริการคลินิกโรคเรื้อรัง ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพไร่สีสุก ตำบลไร่สีสุก อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ (รพสต.ไร่สีสุก)
7.รพสต.หนองคล้า
8.รพ.สต.หนองคู
สสอ.
9.ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียนประถมศึกษา ในเขตอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ  (สสอ.)

โรงพยาบาล
10.ผลการพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง(ที่มีภาวะพึ่งพิง)ประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ
11.การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิต โรงพยาบาลเสนางคนิคม
12.นวัตกรรม “ เป้อุ้มปลอดภัย ใส่ใจลูกรัก”
13. ผลของการนวดแผนไทยบำบัดผู้ป่วยกลุ่มอาการปวดศีรษะจากภาวะเครียด ที่มารับบริการในโรงพยาบาลเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ 
14.เภสัชเป้
15.น้องต่ายแลป
16.ปุ๊กปิ๊ก งานเวช  
17.พี่ชัย ER






Share:

วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ร่วมงานวิชาการสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ 2562

วันที่ 18 พฤษภาคม 2562  คปสอ.เสนางคนิคมได้ร่วมส่งผลงานวิชาการในงาน มหกรรมวิชาการสาธารณสุขอำนาจเจริญ ประจำปี 2562 ดังนี้
1
2
3
4





Share:

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านวิชาการ ประจำปี 2562

วันที่ 19 - 20 พฤศจิกายน 2561 โรงพยาบาลเสนางคนิคมได้จัดอบรมเจ้าหน้าที่ในการเขียนผลงานวิชาการและCQI   โดยได้เชิญอาจารย์ดร.ประเสริฐ  ประสมรักษณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาวิทยาเขตจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นวิทยากรกระบวนการ โดยได้แบ่งกลุ่มทำ work  shop จำนวน  8 กลุ่ม โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการอบรมได้ตามลิงค์

1.ตัวอย่างงาน cqi

2.แบบฟอร์มcqi 11 หัวข้อ

3.ไฟล์สอนทฤษฏี


















Share:

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

การประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล


การประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเสนางคนิคม  จังหวัดอำนาจเจริญ 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและศึกษาปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ 2561 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานควบคุมโรคในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 8 แห่งๆ ละ 2 คน โดยใช้แบบสอบถาม แบ่งเป็น 6 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 สอบถามข้อมูลทั่วไป ตอนที่ 2, 3, 4, 5 และตอนที่ 6 สอบถามเกี่ยวกับลักษณะพื้นที่การ ปฏิบัติงาน ทรัพยากรการบริหาร ขบวนการบริหารจัดการ ข้อมูลการดำเนินงานการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ปีงบประมาณ 2561 และปัญหาอุปสรรครวมทั้งข้อเสนอแนะในการ ดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า 1) พื้นที่ปฏิบัติงานมีลักษณะดังนี้ สถานบริการส่วนใหญ่รับผิดชอบหมู่บ้าน จำนวน ระหว่าง 1 –5 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 62.5 จำนวนประชากรในเขตรับผิดชอบ ระหว่าง 3,001–4,000 คน คิดเป็นร้อยละ 50.0 ที่ตั้งของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกเขตเทศบาล คิดเป็น ร้อยละ 87.5 อยู่ห่างจากโรงพยาบาลชุมชน ตั้งแต่ 6–10 กิโลเมตร และ 11-15 กิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 50.0 ทรัพยากรการบริหารด้านกำลังคน การเงิน และวัสดุอุปกรณ์ มีความเพียงพอ ร้อยละ 25.0, 6.30 และ 87.50 ตามลำดับ กระบวนการด้านบริหารจัดการด้านการวางแผน การจัดองค์กร การบริหารงานบุคคล การอำนวยการ และการควบคุม อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 97.59, 91.25, 89.58, 98.75 และ 95.83 ตามลำดับ  2) ผลการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก อยู่ในระดับดี ร้อยละ 62.5 และ ต้องปรับปรุง ร้อยละ 37.5  3)ปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล คือ บุคลากรมีน้อยไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน งบประมาณไม่เพียงพอและได้รับการสนับสนุนล่าช้า ปัจจัยด้านกระบวนการบริหารจัดการ พบว่า ขาดการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ปัญหาด้านอื่นๆ พบว่า ประชาชนขาดความตระหนักในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก และสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านที่รับผิดชอบ เช่น ความสะอาด บ้านอยู่ห่างกัน
Share:

หน้าเว็บ

javascript:;

ค้นหาบล็อกนี้

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ผู้ให้ข้อมูลร่วมกัน

Recent Posts

Unordered List

Theme Support